โปรโมทเมืองยังไงให้คนด่าไปตลอดกาล

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม

เรียกได้ว่าร้อนแรงสุดๆกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ เพราะแคนดิเดตแต่ละท่านต่างก็งัดกลยุทธ์จัดนโยบายเด็ดเพื่อพัฒนาเมืองหลวงชนิดที่ว่าจัดหนักจัดเต็ม แบบไม่มีใครยอมใคร และถูกจับตามองจากคนทั่วประเทศไม่ใช่เพียงแค่ในกรุงเทพฯเท่านั้น

ที่ผ่านมากรุงเทพฯ ได้มีการออกแคมเปญมามากมาย ได้รับทั้งเสียงชื่นชมและคำวิพากษ์วิจารณ์แตกต่างกันไป วันนี้ผมจะหยิบยกแคมเปญในตำนาน สโลแกนดังวลีเด็ดอย่าง กรุงเทพฯ…ชีวิตดีๆที่ลงตัว และ กรุงเทพเปลี่ยนไปแล้ว มาพูดถึงเสียหน่อย เพราะเป็นแคมเปญชื่อดังที่เรียกได้ว่าโดนแซะแบบไม่หวาดไม่ไหว เรามาดูกันดีกว่าครับว่าแคมเปญนี้ก้าวพลาดไปตรงไหนบ้าง

1. การบอกว่าตัวเองดีคงไม่ดีเท่าไหร่

ความคิดของคนในสังคมสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก หลายคนกำลังรณรงค์เรื่องการยอมรับความหลากหลายและความไม่สมบูรณ์แบบ การโอ้อวดตัวเองว่าดีพร้อมทุกด้านจึงเป็นวิธีที่ล้าหลังไปแล้วครับ ลองเปลี่ยนมาเป็นการเชิญชวน การให้ความหวังในทาง positive ว่ามันจะดีขึ้น หรือการให้คนอื่นชื่นชมผลงานมากกว่าการอวดอ้างด้วยตัวเองจะเข้ากับสไตล์สังคมสมัยนี้มากกว่า

2. การทำแบรนด์ที่ดีต้องมีเหตุผลรองรับ

ความท้าทายหลักของแต่ละแคมเปญคือการทำยังไงให้คนเชื่อ อย่างแคมเปญ กรุงเทพเปลี่ยนไปแล้ว เป็นแคมเปญที่ถูกวิจารณ์เยอะและดูไม่น่าเชื่อถือเพราะเป็นการเหมารวมว่าทั้งกรุงเทพฯ นั้นเปลี่ยนไปแล้ว ทั้งๆที่มีแค่บางอย่างที่พัฒนาแล้วแต่ยังมีอีกมากที่กำลังจะพัฒนา ควรแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการมากกว่าว่ากำลังทำจริง กำลังแก้ตรงนี้นะ หรือตรงนี้แก้สำเร็จแล้วนะ จะสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้เห็นถึงความตั้งใจได้ดีกว่าครับ

3. ความคงเส้นคงวาในการสื่อสาร

หลายครั้งที่คำพูดหรือการให้สัมภาษณ์ของผู้ว่าฯ ขัดแย้งกับสโลแกนที่สร้างขึ้นมา ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือและเกิดข้อกังขาขึ้น ทางแก้ของเรื่องนี้ก็คือ Communication guideline หรือการไกด์คำพูดขององค์กรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งไกด์ไลน์เป็นคนละเรื่องกับการจำบทนะครับ คำพูดแตกต่างกันแต่สื่อถึงเป้าหมายเดียวกัน หรือการฝึกอบรมในองค์กรเพื่อคงความคงเส้นคงวาของการสื่อสารจะทำให้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นครับ

4. ขาดการปรับตัวอย่างทันท่วงที

อย่าคิดว่าแค่ปล่อยแคมเปญแล้วเสร็จๆไป แต่ควร “รับฟังเสียงตอบรับ” จากประชาชนด้วย ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทำแบบสำรวจ หรือใช้ social listening tools เข้ามาช่วยเพื่อดูความเห็นคนบนเน็ตและนำมาต่อยอดปรับปรุงแคมเปญให้ดีขึ้น เปลี่ยนคำเสียดสีให้เป็นพัฒนาการ จะช่วยลบภาพลักษณ์ในแง่ลบออกไปจากใจคนได้ครับ

ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะยังคงดุเดือดแบบนี้ทุกครั้ง เพราะแบรนด์กรุงเทพมหานครเป็นแบรนด์ใหญ่ที่อยู่ในสายตาหลายๆคน และทุกแคมเปญที่ออกมามันไม่ได้มีผลแค่ระยะสั้น แต่จะถูกจับตามองในระยะยาว เพราะฉะนั้นต่อให้พยายามปรับภาพลักษณ์ขนาดไหน แต่ถ้าขาด “ผลงานจริง” มารองรับ ก็เป็นผลลบกับองค์กรอยู่ดี สุดท้ายแล้ววิธีตั้งรับที่ได้ผลดีที่สุดก็คือการทำให้คนเห็นด้วยความจริงใจนั่นล่ะครับ

Facebook :  Suponchai.com

Youtube : Marketing I Can

Line : @marketingican

Website : www.marketingican.com

Work-Life Balance ไม่มีอยู่จริง กับคุณไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล CEO 3DS Interactive
Uncategorized

Work-Life Balance ไม่มีอยู่จริง กับคุณไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล CEO 3DS Interactive

June 8, 2022
เมื่อเรา personalized ads ไม่ได้เหมือนเดิม
Uncategorized

เมื่อเรา personalized ads ไม่ได้เหมือนเดิม

May 5, 2021
Facebook Blueprint มีข้อสอบภาษาไทยแล้ว
Uncategorized

Facebook Blueprint มีข้อสอบภาษาไทยแล้ว

May 5, 2021
เรียน Conversion Attribution จากกล้วยหอมและยาแก้ปวด
Uncategorized

เรียน Conversion Attribution จากกล้วยหอมและยาแก้ปวด

February 27, 2022
เคยลองจินตนาการกันเล่นๆไหมครับว่าถ้าวันหนึ่งเราต้องทำการตลาดให้บริษัทกล้วยหอมหรือยาแก้ปวด เราจะวางแผนการตลาดแบบไหน แล้วจะทำโฆษณายังไง? พอลองมาคิดๆดูแล้วเราเคยเห็นโฆษณาสินค้าจำพวกนี้ตามหน้าจอโทรทัศน์ ป้ายโฆษณา หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆบ้างหรือเปล่า ตอนไอเดียนี้ผุดขึ้นมาผมแทบจะลิสรายชื่อโฆษณาสินค้าพวกนี้ออกมาไม่ได้เลย ทำไมกันนะ? จริงๆแล้วเรื่องนี้เราต้องโยงไปเรื่องที่นักการตลาดมักจะได้เรียนรู้กันบ่อยๆ อย่าง Attribution Model หรือพูดให้เข้าใจง่ายก็คือการให้เครดิตกับสิ่งที่ทำให้ยอดขายเราเพิ่ม ซึ่งอาจจะเป็นสื่อหรือคอนเทนต์หรือช่องทางใดก็ได้ เราใช้เจ้าโมเดลนี้เพื่อเอามาดูและเปรียบเทียบว่าคอนเทนต์ตัวไหนหรือ conversion ไหนมีผลกับการตัดสินใจซื้อของลูกค้ามากกว่ากัน เพราะเราจะได้ปูทางวางแผนโฆษณาได้ถูก ถ้าเราไม่ใช้เจ้าโมเดลนี้ช่วย แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าอะไรทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ในเมื่อวันๆหนึ่งเขาเห็นอะไรมาตั้งเยอะแยะมากมาย ถ้าแค่เดาสุ่มๆอาจส่งผลให้เราวางแผนผิดก็ได้ ก็เหมือนเราเอาเงินไปละลายแม่น้ำ เพราะลงทุนไม่ถูกวิธีนั่นแหละครับ ซึ่งเจ้า Attribution Model เนี่ยก็มีหลายอย่างม๊ากกกก ทั้ง First-Touch, Linear, Time-Decay หรือ Last-Touch ผมขอไม่ลงรายละเอียดในนี้มากเพราะพระเอกของเราวันนี้คือกล้วยหอมและยาแก้ปวด แต่สำหรับใครที่อยากได้คำอธิบายแบบละเอียดผมมีสอนไว้ในคอร์ส Facebook Advanced Marketing Science ครับ โอเค เรามาเริ่มคิดจากสเต็ปแรกกัน คุณคือผู้บริโภค เวลาตัดสินใจซื้อส่วนใหญ่มันก็มีไม่กี่ขั้นตอนหรอกครับ มีความต้องการ (อยากซื้อ) ดูรีวิว ซื้อ ลองสังเกตดูว่าที่ผมพูดเนี่ยจริงไหม เอาจริงผมเชื่อว่าหลายๆคนก็เป็นนะ เปิดแอปส้มมาจะซื้อของเราก็ต้องเลื่อนดูรีวิว หรือจะซื้อคอมฯ สักเครื่องก็ต้องเปิดยูทูบดูรีวิวละ แต่จะซื้อเลยหรือเอาไว้ก่อนอันนี้ก็ค่อยว่ากันอีกที […]
1 2 3 14

Leave a Reply

Your email address will not be published.