Google Trends ทำได้มากกว่าแค่หา Keyword รวม 5 วิธีใช้ Google Trends วิเคราะห์การตลาดขั้นสูง

วิธีใช้ Google Trends

เครื่องมือหา Keyword ดีๆบนโลกนี้มีอยู่หลายตัวก็จริง แต่จะมีสักกี่ตัวที่เปิดให้ใช้งานฟรี จริงไหมคะ? ไม่แปลกใจเลยที่ Google Trends มักเป็นหนึ่งในคำแนะนำจากนักการตลาดเมื่อถามถึง Marketing Tools ดีๆสักตัว เพราะนอกจากจะดีแล้วยังเข้าใช้งานฟรี ฟรีจริงแบบไม่จกตา ไม่ต้องเสียค่าสมาชิกเพิ่มหรือจ่ายเงินซื้อฟังก์ชั่นพรีเมียม เรื่องของความน่าเชื่อถือก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะคนที่คลอดเครื่องมือนี้ออกมาก็คือ Google บริษัท Search engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กล้าปฏิเสธไหมล่ะว่าตอนนี้คุณไม่ได้ใช้ Google อยู่

หลายๆคนที่เพิ่งผันตัวมาเป็นนักการตลาด หรือคนที่ท่องโลกอินเทอร์เน็ตจนมาเจอบล็อกนี้อาจจะยังไม่รู้ว่า Google Trends ที่รู้จักกันนั้นไม่ได้มีดีแค่ใช้หา Keyword เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงรวมเทคนิคการใช้ Google Trends ขั้นสูงมาฝากกันค่ะ

Google Trends คืออะไร

Google Trends เป็นเครื่องมือของกูเกิลที่มักถูกใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มการค้นหา Keyword บนโลกออนไลน์ ก็คือเอาไว้ตรวจสอบคำค้นหาที่เป็นที่นิยมในช่วงเวลาที่กำหนดและเขาจะแสดงผลออกมาเป็นกราฟ และยังแบ่งเป็นภูมิภาค รวมถึงแสดงหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับคำที่เราเสิร์ชให้ดูอีกด้วย สิ่งที่เราต้องทำก็แค่ใส่คำลงไปเท่านั้น แต่นอกจากการหา Keyword แล้ว Google Trends ยังใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น เลื่อนลงไปอ่านได้เลย

5 วิธีใช้ Google Trends ขั้น Advanced

1. ดูคำค้นหายอดนิยมรายวัน

Google Trends เขามีสิ่งที่เรียกว่า Trending Searches อยู่ เอาไว้ให้เราดูคำค้นหายอดนิยมรายวันได้ ดูว่าวันนี้คนเสิร์ชหาคำว่าอะไรมากที่สุด เสิร์ชไปทั้งหมดกี่ครั้ง และยังแนะนำเว็ปไซต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้นที่คนเข้าไปดูเยอะไว้ให้ด้วย ซึ่งเขาก็จะจัดอันดับมาให้ตามวอลลุ่มการเสิร์ช เลื่อนลงไปเรื่อยๆก็จะเป็นคำค้นหายอดนิยมของวันก่อนๆ และนอกจากประเทศไทยเราก็สามารถดูของประเทศอื่นได้ด้วย ใครอยากรู้ว่าหัวข้อไหนมาแรงและคนสนใจเยอะประจำวันนั้นก็ลองเข้าไปใช้ Trending Trends กันดูนะคะ

เทรนด์กูเกิล

 

2. เปรียบเทียบความนิยมกับคู่แข่ง

นอกจากดูวอลลุ่มการเสิร์ชของ Keyword ได้แล้ว เรายังสามารถเปรียบเทียบความนิยมของแบรนด์เรากับแบรนด์คู่แข่งได้ด้วย แค่เราพิมพ์ชื่อแบรนด์ของเราและแบรนด์คู่แข่งที่ต้องการดูลงไปตามช่อง เขาก็จะโชว์กราฟที่มีสีต่างกันมาให้เราดู แค่นี้เราก็จะรู้แล้วว่าแบรนด์ไหนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด แต่!! กราฟที่เห็นไม่ได้บอกว่าแบรนด์ไหนขายดีกว่ากันนะคะ แค่บอกว่าแบรนด์ไหนกำลังได้รับความสนใจ เพื่อที่เราจะได้เก็บเอาข้อมูลนี้ไปใช้ในการวางแผนตลาดมาแข่งขันกันต่อไป

Shoe ranking

 

3. หาช่วงเวลาทองของสินค้า

นอกจากช่วงเวลากระหน่ำโปรโมชั่นอย่าง 9.9 หรือ 11.11 เราก็อยากรู้ใช่ไหมล่ะคะว่าสินค้าของเราในปีหนึ่งๆ คนนิยมเสิร์ชหาในช่วงไหนบ้าง Google Trends สามารถบอกได้ด้วยการพิมพ์คำที่เราต้องการดูข้อมูลลงไป เช่น เราเปิดร้านขายดอกไม้ ก็พิมพ์คำว่าร้านดอกไม้ลงไป

Google Trends วิธีใช้

 

เพื่อความชัวร์เราควรดูข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี เพื่อนำมาเปรียบเทียบว่าคนต้องการสินค้าของเราในช่วงนั้นทุกปีจริงหรือเปล่า และถึงแม้จะสามารถกดเลือกช่วงเวลาดูย้อนหลังหลายปีไปเลยได้ก็จริง แต่แนะนำให้พิมพ์แยกช่องเหมือนการเปรียบเทียบ Keyword และเลือกปีให้แต่ละช่องเอาจะดีกว่า เพราะจะทำให้กราฟดูง่ายและชัดเจนกว่า ด้วยการกด จุดสามจุด ด้านขวาของแต่ละช่อง แล้วเลือก change filter จากนั้นก็กดเลือกปี

Google Trends search

 

จากกราฟจะเห็นเลยว่า ร้านดอกไม้ถูกเสิร์ชมากสุดช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งตรงกับเทศกาลวาเลนไทน์ ส่วนกราฟช่วงที่พุ่งขึ้นมาในช่วงเวลาอื่นนั้นให้สันนิษฐานไว้ว่าอาจจะมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นพอดีในช่วงนั้น ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องสนใจถ้ามันไม่ได้เกิดประจำทุกปี

Google Trends how to

 

ข้อดีของการดูแบบนี้ จะทำให้รู้ว่าสินค้าเราจะขายดีช่วงไหน และเราควรทุ่มเงินลงทุนกับการโฆษณาหรือการยิงแอดในช่วงนั้น จะได้ไม่ต้องลงเงินโฆษณาอย่างสะเปะสะปะ เหมือนตัวอย่างที่ยกมา เราจะได้คาดการณ์ได้ว่าควรยิงแอด 1 สัปดาห์ก่อนวาเลนไลน์ไปจนถึงวันวาเลนไทน์ เพราะเป็นช่วงที่คนเสิร์ชหาร้านดอกไม้มากที่สุด และการยิงแอดหรือลงคอนเทนต์บ่อยๆในช่วงนั้นจะทำให้คนมีโอกาสเห็นเราเยอะที่สุด

4. หาคอนเทนต์ทำวิดีโอ Youtube

นอกจากจะดูคำค้นหายอดนิยมบน Web Search ได้แล้ว เราสามารถวิเคราะห์ Keyword บน Youtube ได้อีกด้วย ซึ่งมีประโยชน์ต่อคนที่ทำคอนเทนต์บนยูทูปมาก โดยให้ dropdown ตรงคำว่า Web Search แล้วเปลี่ยนเป็น Youtube Search แทน เราจะสามารถดูแนวโน้มได้ว่าช่วงเวลานี้คนให้ความสนใจกับหัวข้อนี้มากน้อยแค่ไหน อย่างเช่น วัคซีนโควิดกำลังเป็นที่พูดถึงมากในช่วงนี้ และดูจากกราฟแล้วก็บอกได้เลยว่าคนเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนบนยูทูปมากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงอาจจะหยิบหัวข้อนี้มาทำเป็นคอนเทนต์ในช่องเราก็ได้ หรือเราสามารถเอาไว้ดูเทรนด์ตามช่วงเวลา เช่น หัวข้อนี้คนจะเริ่มเสิร์ชหาบนยูทูปเมื่อไหร่ในแต่ละปี  จะทำให้เราสามารถวางแผนการทำคอนเทนต์ลงยูทูปของเราได้ด้วย

Youtube Search

 

5. ดูสรุปคำค้นหายอดนิยมประจำปี

Google เขาจะทำการสรุปคำค้นหายอดนิยมมาให้เป็นประจำอยู่แล้วทุกปี ซึ่งเราเองก็สามารถเข้าไปดูได้ง่ายๆที่ Google Trends กับฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Year in Search แต่ที่พิเศษคือ นอกจากจะรวมคำค้นหายอดนิยมของทั้งปีแล้ว ยังมีแบบแยกหมวดหมู่ให้เราด้วยคร่าวๆเช่น ภาพยนตร์ ข่าว เพลง เป็นต้น  ไม่จำเป็นต้องโหลดเอกสารของกูเกิลมาดู และไม่ได้ดูได้แค่ของประเทศไทย แต่เรายังดูของประเทศอื่นได้ด้วยเหมือนกัน ฟังก์ชั่นนี้เหมือนช่วยเตือนความทรงจำเราว่าปีๆหนึ่งมีข่าวอะไรน่าสนใจผ่านเข้ามาบ้าง มีละครเรื่องไหนดังเปรี้ยงปร้างบ้าง และเรายังสามารถย้อนดู Year in Search ของปีเก่าๆได้อีกด้วย เข้าโหมดนี้ก็คือได้เล่นอะไรเยอะมากจริงๆ

Year in Search Thailand ดู

 

น่าเสียดายมากๆที่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่า Google Trends ทำได้มากกว่าการหา Keyword เพราะจริงๆแล้ว Google Trends ยังมีลูกเล่นอีกเยอะให้ได้ลองใช้ ต้องอาศัยการเข้าไปเล่น เข้าไปใช้บ่อยๆ เราจะสามารถจับทางได้เองว่าจะนำ Google Trends มาปรับใช้ยังไงได้บ้าง เครื่องมือฟรีดีๆแบบนี้ ถ้าเอามาใช้ประโยชน์แค่การหา Keyword ก็คงจะเสียดายแย่ ใครว่างๆก็อยากให้ลองเข้าไปใช้ดู ค้นทุกซอกทุกมุมของ Google Trends แล้วเราจะเจออะไรสนุกๆอีกเยอะที่เจ้าเครื่องมือนี้ทำได้ เราสามารถนำข้อมูลจาก Google Trends นี่แหละมาช่วยในการวางแผนการตลาด และช่วยทำให้ธุรกิจของเราพัฒนาขึ้นได้ด้วย อย่ามองข้ามเครื่องมือฟรีตัวนี้ไปนะคะ มีคำถามสงสัยหรืออยากพูดคุยกับเรา สามารถติดต่อมาได้ที่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *